จับคาสายใต้ใหม่ ยาบ้าบิ๊กล็อกกว่า 3 แสนเม็ด จ่อขนลงภาคใต้ แฉเปิดห้องพักยาแถวหัวลำโพง

วันที่ 17 พ.ค. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผชช.น., พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7, พ.ต.อ.ธนวรรธน์ ตาระกา ผกก.สน.ตลิ่งชัน, พ.ต.ท.ธนโชติ ฤกษ์ดี รองผกก.ป.สน.ตลิ่งชัน และชุดจู่โจมสน.ตลิ่งชัน ร่วมกันจับกุมนายพรพรัตน์ เชยจิตร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 หมู่ 8 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง, น.ส.ณัชรินทร์ สิ่มใต้ยิ้น อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 3 ต.พรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่, นายสัจพจน์ อุ้ยกิ้ม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 1 ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง, นายนิคม ทรงรักษ์ อายุ 37 ปี, และนางพรทิพย์ ทรงรักษ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ 13 ต.อ่าวดง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พร้อมของกลางยาบ้า 324,000 เม็ด โดยสามารถจับกุมได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่

สืบเนื่องจากขณะที่ชุดจู่โจมสน.ตลิ่งชัน กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติภายในสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กระทั่งพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยลากกระเป๋าเดินทางสีดำด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น ก็พบยาบ้าซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางดังกล่าวจึงตรวจยึดของกลางพร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นเพิ่มเติมภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านหัวลำโพง ได้ทรัพย์สินอีกหลายรายการก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สน.ตลิ่งชัน
ด้านผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ยาเสพติดทั้งหมดรับมาจากเอเยนต์ที่ทางภาคเหนือเพื่อนำไปส่งมอบให้กับลูกค้าที่จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายนิคม และนางพรทิพย์ ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันมาเปิดโรงแรมที่หัวลำโพง เพื่อรอรับยาเสพติดที่ส่งมาจากบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง เมื่อได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจะติดต่อนัดให้นายพรพรัตน์ น.ส.ณัชรินทร์ และนายสัจพจน์ มารับของกลางอีกทอดที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่เพื่อขนย้ายไปส่งให้กับลูกค้าทางภาคใต้ โดยวิธีการในการส่งมอบนั้นจะใช้ยานพาหนะเป็นรถแท๊กซี่สองคันไปที่สถานีขนส่งสายใต้ เมื่อถึงที่หมายนายนิคม และนางพรทิพย์ จะไปจองตั๋วรถทัวร์ให้ทั้งสามคนเดินทางไปที่จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้มีค่าดำเนินการในการลำเลียงทั้งหมด 1.5 ล้านบาท ซึ่งระหว่างทางได้ใช้จ่ายค่าดำเนินการตั้งแต่ทางภาคเหนือไปกว่า 1,050,000 บาท เหลือเงินจำนวน 4.5 แสนบาท เป็นค่าลำเลียงไปยังภาคใต้ โดยนายสัจพจน์ ทำหน้าที่หิ้ว ได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท ส่วนอีกสองรายได้ค่าจ้างรวมกัน 2.5 แสนบาท ทั้งนี้หนึ่งในผู้ต้องหาคือนายนิคม เป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป